Archive - Sep 14, 2009

Date
Type

การผ่าตัดต่อมทอมซิล

ในปัจจุบันไม่ค่อยได้มีการทำการผ่าตัดต่อมทอนซิลในเด็กกันมากเหมือนแต่ก่อน ทั้งนี้เพราะมีการวินิจฉัยทอนซิลอักเสบและมีการใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาทอนซิลอักเสบ กันมากขึ้น ทำให้การติดเชื้อที่ทอนซิลหายได้เร็วขึ้น และไม่ค่อยพบโรคแทรกซ้อนมาก เหมือนเมื่อก่อน อีกทั้งความรู้ความเข้าใจของคุณพ่อคุณแม่ และแพทย์ผู้ดูแลเกี่ยวกับ การรักษาทอนซิลอักเสบที่ถูกต้องก็ดีขึ้นด้วย ทำให้มีความจำเป็นในการทำผ่าตัด ต่อมทอนซิลน้อยลง

การติดเชื้ออักเสบของทอนซิลเป็นอย่างไร ?
ทอนซิลเป็นต่อมน้ำเหลืองที่อยู่เป็นก้อน เห็นได้ชัดในคอ ซึ่งมีส่วนการดักจับเชื้อโรค ที่ผ่านเข้ามาทางการรับประทานอาหาร และทางเดินหายใจ และช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกัน (แอนติบอดี) ต่อเชื้อโรค แต่ถึงแม้ทอนซิลจะมีหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรค และเกิดการติดเชื้อ ที่ทอนซิลขึ้นได้ ซึ่งจะแสดงออกโดยรู้สึกเจ็บคอ มีไข้ ทอนซิลมีขนาดโตขึ้น และแดงอักเสบ หรือมีหนองที่ทอนซิล เวลากลืนจะรู้สึกเจ็บ บางครั้งจะพบต่อมน้ำเหลืองที่ข้างคอโตด้วย

ผลแทรกซ้อนของการติดเชื้อทอนซิลอักเสบคืออะไร ?

Adenoid hypertrophy


Adenoids ปกติ (เป็นเนื้อเยื่อ lymphatic ที่ด้านหลังคอ) และ ทอนซิล

มันคือ การโตของ adenoids ร่วมกับทอนซิล

อาจเป็นเองตามธรมชาติ เริ่มตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ หรือเกิดจากการติดเชื้อมีการอักเสบเรื้อรัง อาจโตจนรบกวนการหายใจ จนถึงต้องหายใจทางปากก็ได้ มีการกรน ลมหายใจเหม็น มีน้ำมูกเรื้อรังจนถึงมีอาการสำคัญได้คือ intermittent sleep apnea, pulmonary hypertension และ หัวใจวายด้านขวา (cor
pulmonale).

อาการ:
- หายใจทางปาก(มักเป็นตอนกลางคืน)
- ปากแห้ง
- ริมฝีปากแตก
- อ้าปากบ่อย (เมื่ออุดตันมาก)
- หายใจมีกลิ่นเหม็น
- น้ำมูกไหลหรือคัดจมูกบ่อยๆ
- หูมักอักเสบบ่อย(otitis media)
- นอนกรน
- หลับอย่างกระสับกระส่าย
- intermittent sleep apnea

อาการและการตรวจ:
มักพบทอนซิลโตด้วย

X-ray ด้านข้างของคอพบ hypertrophy ของ adenoids.
sleep apnea studies (severe cases only)

การรักษา :
ตัดอดีนอยด์ ช่วยป้องกันโรคแทรกได้จากการโตไปอุดกั้นทางเดินหายใจ
ยาปฏิชีวนะอาจใช้รักษา ทอนซิล อดีนอยด์และไซนัสอักเสบ เมื่อมีการอักเสบ

กรน........

หลายคนเมื่อนอนหลับสนิท

มักจะกรนจนคนข้างๆหลับไม่ลง แต่เจ้าตัวกลับหลับไม่รู้เรื่อง
การกรนไม่ได้เกิดกับทุกคน เดี๋ยวนี้มีวิธีการรักษาได้ผลด้วยการผ่าตัด
และก็มีวิธีดูแลตัวเอง ที่ทำให้อาการ กรน ลดลงได้

" กรน "

คือภาวะที่มีเสียงหายใจดังกว่าปกติขณะหลับ สาเหตุเกิดจากการตีบแคบของช่องทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้ลมหายใจไม่สามารถผ่านลงสู่หลอดลมและปอดได้โดยสะดวก เกิดการหมุนวนของอากาศบริเวณคอ จึงเกิดการสั่นพลิ้วสะบัดของลิ้นไก่และเพดานอ่อน เป็นสาเหตุให้เกิดเสียงดังการกรน เป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยพบในเพศชายบ่อยกว่าเพศหญิง เชื่อว่าฮอร์โมนเพศหญิงมีส่วนทำให้กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ขยายช่องทางเดินหายใจตึงตัวดีขึ้นจึง กรนน้อย

กว่าเพศชาย โดยปกติแล้ว การกรน เกิดจากการตีบแคบของช่องทางเดินหายใจเพียงเล็กน้อย

เท่านั้นไม่ถึงกับอุดกั้นจนหายใจไม่ได้ จึงไม่ส่งผลเสียแต่อย่างใด นอกจากส่งเสียงรบกวนผู้อื่นเท่านั้น

สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการตีบแคบของทางเดินหายใจ จากไข้หวัด ภูมิแพ้

ต่อมหลังโพรงจมูก( adenoid) โต

แต่ถ้าช่องทางเดินหายใจตีบแคบมากจนไม่สามารถหายใจได้ ทำให้อวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะสมอง

ขาดออกซิเจน จนต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาหายใจ เป็นเหตุให้ไม่สามารถหลับได้สนิท

จัดเป็นอาการของการหยุดหายใจเป็นพักๆขณะหลับ(sleep apnea) ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดโรค

แทรกซ้อนที่อันตรายได้

โรคที่มากับหน้าฝน ภูมิแพ้ หรือ ไข้หวัด กันแน่

เข้าหน้าฝนนี้เวลาที่ท่านมีอาการน้ำมูกไหลไม่ว่าจะเป็น ๆ หาย ๆ หรือ เป็นเรื้อรัง ท่านสับสนไหมครับว่าเป็นอะไรกันแน่ ระหว่างภูมิแพ้ หรือ ไข้หวัด ทำไมจึงนำเรื่องนี้มาพูดกัน เพราะว่าหากเราวิเคราะห์โรคผิดแน่นอนเราก็คงต้องรับประทานยาผิด ทำให้ไม่หายจากอาการดังกล่าว และ ผลที่ตามมาจากการรับประทานยาผิด

โรคไข้หวัดนั้นเกิดจากการติดเชื้อไวรัสบริเวณจมูกและคอ ผู้ใหญ่มีอาการจาม และน้ำมูกไหลจะนำมาก่อน อ่อนเพลีย ปวดศีรษะเล็กน้อย แต่มักไม่ค่อยมีไข้ เชื้อจะออกจากทางเดินหายใจของผู้ป่วย 2-3 ชั่วโมง และ หมดใน 2 สัปดาห์ บางรายอาจมีอาการปวดหู เยื่อแก้วหู มีเลือดคั่ง บางรายเยื่อบุตาอักเสบ เจ็บคอกลืนลำบาก โรคมักเป็นไม่เกิน 2-5 วัน แต่อาจมีน้ำมูกไหลนานถึง 2 สัปดาห์ การป้องกันและดูแลร่างกายให้ปลอดจากโรคไข้หวัด คือ ไม่ควรอยู่ในเขตชุมชนที่มีการแพร่เชื้อ , พักผ่อนให้เพียงพอ , รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และ ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine)

Adenoid

ต่อมทอนซิลหรือต่อมน้ำเหลืองหลังโพรงจมูก(Adenoid)โต

Adenoids ปกติ (เป็นเนื้อเยื่อ lymphatic ที่ด้านหลังคอ) และ ทอนซิล

คุณเป็นโรคภูมิแพ้...จริงหรือ..

คนทั่วไปเมื่อมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหลเรื้อรัง หรือเป็นๆ หายๆ มักจะบอกว่า เป็นโรคภูมิแพ้ หรือไม่ก็เข้าใจว่าตนเป็นหวัด

หวัด เกิดจากการติดเชื้อไวรัส คนทั่วไปมักเป็นได้ปีละ 4 - 5 ครั้งก็มากเกินปกติแล้ว อาการหวัดมักเป็นอยู่ 3 - 4 วันก็หายเองได้ ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น โพรงจมูกอักเสบ-หลอดลมอักเสบ หวัดธรรมดาไม่มีสภาพเรื้อรัง ถ้ามีอาการทุกเดือนหรือแต่ละครั้งนานเกินกว่า 10 วัน ให้สงสัยว่าไม่ใช่หวัด

โรคภูมิแพ้ เกิดจากร่างกาย เยื่อบุจมูก-ตา, หลอดลม สัมผัสกับสารอินทรีย์ ในสิ่งแวดล้อม เช่น เกสรดอกไม้ , ซากแมลง-ฝุ่น , เชื้อรา , ขนสัตว์ ฯลฯ เกิดปฏิกิริยาจำเพาะ (Specific) ทำให้เยื่อบุบวม มีน้ำมูกไหล จาม หลอดลมอักเสบ เกิดกับผู้ที่แพ้ต่อสิ่งสัมผัสเท่านั้น ไม่ใช่ทุกคนจะแพ้และจะมีอาการเหมือนกันหมด ผู้ที่ไม่แพ้ อาจจะไม่รู้สึกอะไรเลยก็ได้